Home

ไม่ล้มแผน!บาเยิร์นเตรียมหวนล่าซาเน่ช่วงตลาดเปิดม.ค

เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ ตีข่าว บาเยิร์น จะหวนไล่ล่าลายเซ็นของ ลีรอย ซาเน่ ดาวเตะ แมนฯ ซิตี้ ในช่วงเดือนมกราคมนี้ แต่ฝั่ง “เรือใบสีฟ้า” ก็ยังไม่คิดที่จะลดค่าหัวที่ตั้งเอาไว้ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน จะกลับมาเดินแผนล่าตัว ลีรอย ซาเน่ ปีกชาวเยอรมันของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงเดือนมกราคมนี้ ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษ เดิมที ซาเน่ ถือเป็นเป้าหมายในการเสริมทัพอันดับต้นๆ ของ บาเยิร์น ในตลาดช่วงซัมเมอร์ที่เพิ่งปิดตัวลงไป หลังจากพวกเขาจำเป็นต้องการปีกฝีเท้าดีมาทดแทนการบอกลาทีมไปของ อาร์เยน ร็อบเบน กับ ฟร้องค์ ริเบรี่ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถโน้มน้าวใจให้ แมนฯ ซิตี้ ยอมขายเขาได้ ซ้ำร้ายแข้งวัย 23 ปี ยังมาได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกจากเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ จนอาจจะต้องพักเป็นเวลานานอีก เรื่องดังกล่าวทำให้ บาเยิร์น ล้มแผนล่าตัว ซาเน่ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แล้วแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการหันไปยืม ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กับ อิวาน เปริซิช มาร่วมทีม อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังสนใจที่จะเอา ซาเน่ มาเสริมแกร่งอยู่ และจะพยายามดึงเขามาร่วมทีมให้ได้อีกครั้งในตลาดช่วงหน้าหนาว อย่างไรก็ตาม ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือ แมนฯ ซิตี้ ยังไม่คิดที่จะปล่อย ซาเน่ ออกไปถูกๆ แต่อย่างใด หลังจากพวกเขาตั้งค่าหัวของอดีตแข้ง ชาลเก้ 04 เอาไว้ถึง 145 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,510 ล้านบาท) โดยฝั่ง “เรือใบสีฟ้า” ยังหวังว่า ซาเน่ จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมด้วย จากการที่ข้อตกลงฉบับเดิมจะหมดอายุลงในปี 2021 เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

อ่านต่อ »

เชื่อไหม?เผยญาติเจอร์ราร์ดเคยปัดข้อเสนอแมนยู

เอเจนต์ชาวอิตาเลียน เปิดเผยเรื่องเด็ดว่า บ็อบบี้ ดันแคน หัวหอกญาติสตีเว่น เจอร์ราร์ด เคยได้รับข้อเสนอจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนใจอยากดึงตัวไปร่วมทีม แต่สุดท้ายเจ้าตัวปฏิเสธโดยให้เหตุผลอย่างหล่อไม่อยากทรยศ ลิเวอร์พูล บ็อบบี้ ดันแคน กองหน้าดาวรุ่ง เคยปฏิเสธโอกาสย้ายไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนที่สุดท้ายจะเดินทางไปเป็นสมาชิกใหม่ ฟิออเรนตินา โดยให้เหตุผลไม่อยากทรยศ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จากการเปิดเผยของ วิเชนโซ่ โมราบิโต้ เอเจนต์ชาวอิตาเลียนของนักเตะ ฟิออเรนติน่า ยื่นข้อเสนอของยืมตัว ดาวเตะญาติสตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกัปตันทีม “เดอะ เร้ดส์” ในตอนแรกแต่โดน ลิเวอร์พูล ปฏิเสธ อย่างไรก็ตามหลังจากที่ ซาอิฟ รูบี้ เอเจนต์ของนักเตะออกมาจวกหนักสโมสร ในที่สุดพวกเขาก็จำใจต้องปล่อย ดันแคน ออกไปด้วยสนนราคา 1.8 ล้านปอนด์ (ราว 68.4 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามก่อนจะได้ย้ายไป “วีโอล่า” ยังมีประเด็นน่าสนใจยิ่งกว่านี้อีกเมื่อความจริงแล้ว ดันแคน ได้รับความเสนอมากมายโดยเฉพาะจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายเจ้าตัวปัดโอกาสไปเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เนื่องจากไม่ต้องการหักหลังสาวก “เดอะ ค็อป” โมราบิโต้ ซึ่งทำงานร่วมกับ รูบี้ ในการนำ ดันแดน ย้ายไปอยู่กับฟิออเรนติน่า กล่าวว่า “ทั้งหมดนี้เริ่มต้นในเดือนเมษายน ซาอิฟ ติดต่อมาหาผม และเราเตรียมที่จะทำงานร่วมกันในการพยายามหาสโมสรใหม่ให้ บ็อบบี้ เด็กหนุ่มคนนี้ไม่อยากทรยศ ลิเวอร์พูล และปฏิเสธ ยูไนเต็ด ซึ่งยืนยันว่าอยากได้เขามากๆ” “เขามีโอกาสได้ย้ายไป ลาซิโอ แต่ความสัมพันธ์กับ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยดีนัก และสุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น (เทรนเนอร์ลาซิโอ) ซิโมเน่ อินซากี้ จะทำให้เขาเติบโตยิ่งขึ้น และผมหวังว่าเขาจะเป็นแบบนั้นกับ (กุนซือฟิออเรนติน่า) วินเชนโซ่ มอนเตลล่า” เอเจนต์เลือดมะกะโรนี ระบุ เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

อ่านต่อ »

นักเรียนผดุงครรภ์ใช้เทคโนโลยี AR ในการฝึกทำคลอด

เทคโนโลยีเสริมจริงหรือ AR (Augmented Reality) เพิ่งจะมีใช้เมื่อไม่กี่ปีมานี้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้เล่นเกม Pokemon Go บนโทรศัพท์มือถือ แต่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน มีการนำ Augmented Reality หรือ AR มาช่วยในการฝึกทำคลอดได้ นักผดุงครรภ์เป็นผู้ที่นำชีวิตใหม่มาสู่โลกใบนี้ และนักเรียนผดุงครรภ์ที่มหาวิทยาลัย Middlesex ในกรุงลอนดอน ก็กำลังเรียนรู้วิธีการใหม่ในการทำคลอด Sarah Chitongo ผู้สอนที่มหาวิทยาลัย Middlesex เป็นครูสอนในชั้นเรียนที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงนี้ นักเรียนของเธอใช้แว่นตาที่ติดตั้งเทคโนโลยีเสริมจริงหรือ AR เพื่อให้นักเรียนผดุงครรภ์ได้มีประสบการณ์กับการจำลองในการทำคลอดที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง Sarah กล่าวว่า เทคโนโลยีนี้ช่วยให้นักเรียนได้มองเห็นภาพจริงของร่างกายที่เสมือนจริง สามารถเดินเข้าไปดูใกล้ๆ หรือเดินไปรอบๆ เพื่อให้มองเห็นภายในได้ Darron Hazelby เจ้าหน้าที่เทคนิคด้านการบริการทางคลินิกที่มหาวิทยาลัย Middlesex กล่าวว่า AR ช่วยให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการศึกษาการทำคลอดที่มองเห็นได้ชัดเจนกว่าการเรียนในหนังสือ และยังให้ประสบการณ์มากกว่าและได้ลงมือทำ ได้เคลื่อนไหวไปรอบๆ และได้มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวด้วย การฝึกฝนจะช่วยเตรียมนักเรียนผดุงครรภ์ให้พร้อมสำหรับความผิดพลาดต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการคลอดบุตร รวมถึงสามารถจัดการกับภาวะแทรกซ้อนเนื่องจากความบกพร่องทางพันธุกรรมด้วย Sarah Chitongo จากมหาวิทยาลัย Middlesex กล่าวอีกว่า ผู้หญิงผิวดำและชาวเอเชียมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและโรคเบาหวานมากกว่าผู้หญิงกลุ่มอื่นๆ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงเหล่านั้นจะต้องเสียชีวิตเพราะอาการเจ็บป่วยดังกล่าว ดังนั้นเทคโนโลยี AR จะเป็นทางออกที่ดีของปัญหานี้ อย่างไรก็ดี การให้นักเรียนสัมผัสกับเทคโนโลยีหรือแว่นตา AR มาก่อนช่วยให้พวกเขาสามารถใช้อุปกรณ์นี้ได้อย่างสะดวกใจมากขึ้น และการเรียนรู้อย่างจริงจังก็จะทำให้นักเรียนเข้าใจเทคโนโลยีนี้ได้ดีขึ้นด้วย Sarah Chitongo บอกว่า เธอต้องใช้เวลาเกือบสิบปีในการทำงานผดุงครรภ์ ก่อนที่จะมองเห็นข้อผิดพลาดในการคลอดบุตร และว่าการใช้เทคโนโลยี AR ในห้องเรียนจะช่วยให้นักเรียนสามารถจัดการกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงได้ดียิ่งขึ้น และอาจสามารถช่วยชีวิตคนได้อีกด้วย เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

อ่านต่อ »

เกมเมอร์เฮ! Xiaomi พร้อมวางจำหน่าย Black Shark 2 Pro สมาร์ทโฟนเกมมิ่งศูนย์ไทยด้วยราคาที่โดนใจ

ในขณะที่หลายๆ คนกำลังรอคอยสมาร์ทโฟนเกมมิ่งอย่าง “ASUS ROG Phone 2” วางจำหน่ายในบ้านเรากันอยู่ ดูเหมือนตอนนี้เพื่อนๆ ได้ลังเลแล้วค่ะ ว่าจะเลือกรุ่นไหนกันดี เพราะตอนนี้ทาง Xiaomi ได้ประกาศแล้วว่า “Black Shark 2 Pro” สมาร์ทโฟนเกมมิ่งรุ่นใหม่ของพวกเขาจะบุกตลาดโซนอื่นๆ นอกเหนือในประเทศจีนแล้วค่ะ นั้นหมายความว่าบ้านเราก็ได้สิทธิ์ในการวางจำหน่ายด้วยเช่นกัน อ่ะๆ แต่ก็อย่าพึ่งดีใจกันไปนะคะ เพราะการวางจำหน่ายในครั้งนี้จะมีเฉพาะทางออนไลน์เท่านั้น โดยสามารถสั่งซื้อผ่านร้านค้าออนไลน์ชื่อดัง Lazada หรือ Shopee เท่านั้น! ไม่มีขายหน้าร้านนะคะ แต่ไม่ต้องกังวนไปค่ะ ถ้าเครื่องมีปัญหาศูนย์ Xiaomi จะเป็นคนดูแลในส่วนนี้ให้เองเลย สเปกเครื่อง Black Shark 2 Pro ระบบปฏิบัติการ : Android 9 Pie หน้าจอการแสดงผล : AMOLED ขนาด 6.39 นิ้ว มีค่า Touch Latency อยู่ที่ 34.7ms ( รุ่นเดิมอยู่ที่ 43.5ms ) CPU : Snapdragon 855 Plus GPU : Adreno 640 RAM : 12GB. ความจุ : มีความจุให้เลือก 2 แบบคือ 128GB. กับ 256GB เป็นหัวอ่านแบบ UFS 3.0 กล้องหลัง : กล้องหลักเป็น Sony IMX586 ความละเอียด 48MP f/1.75 กับ กล้องเลนส์เลเทโฟโต้ความละเอียด 13MP f/2.2 กล้องหน้า : 20MP f/2.0 การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, รองรับสัญญาณ Wi-Fi 2.4GHz. และ 5GHz เซ็นเซอร์ : สแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ แบตเตอรี่ : 4,000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 27W สำหรับ Black Shark 2 Pro ที่นำเข้ามาวางจำหน่ายในบ้านเราจะมีทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกันค่ะ รุ่นแรกคือ Ram 8GB. / ความจุ 128GB. สนนราคาอยู่ที่ 19,990 บาท และ Ram 12GB. / ความจุ 256GB. สนนราคาอยู่ที่ 23,900 บาท โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 2 สีก็คือ Shadow Black และ Iceberg Grey ที่น่าสนใจก็คือเขาแถมจอยที่ติดข้างเครื่องมาให้ด้วยนะ ร้านค้า Lazada จะเริ่มวางจำหน่ายทันทีในวันที่ 9 กันยายน ( คลิกได้ที่นี่ ) ส่วนทาง Shopee จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 10 กันยายนค่ ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ สำหรับคนที่อยากจะได้สมาร์ทโฟนเกมมิ่งดีๆ สักเครื่องแล้วก็เป็นเครื่องศูนย์ไทยด้วย แล้วยิ่งการเดินหมากครั้งนี้ของทาง Xiaomi นั้นหมายความว่าในอนาคตรุ่นใหม่ๆ ที่ถูกจัดเป็นสมาร์ทโฟนเกมมิ่งก็จะนำมาวางจำหน่ายในบ้านเราอย่างแน่นอนค่ะ เฮ้อ…เห็นแบบนี้แล้วอยากเห็นราคาของคู่แข่งอย่าง ASUS ROG Phone 2 จังเลยแหะ ว่ารุ่นที่อาเจ๊นัทรอตัวนี้ราคาจะตกอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่! เครดิต : (playulti) https://www.playulti.com

อ่านต่อ »

จัดหนัก จัดเต็ม กับมหกรรมงานเกมสุดมันส์แห่งปี Extreme Games 2019!

จบลงได้อย่างยิ่งใหญ่และสวยงาม กับงาน Extreme Games 2019 ที่จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายนที่ผ่านมาของค่าย ELECTRONICS EXTREME ผู้ให้บริการเกมออนไลน์ในประเทศไทย ที่รวมเอากิจกรรมและความสนุกสนานของทุกเกมในเครือ EXE ไม่ว่าจะเป็น RAGNAROK ONLINE, CABAL และ INFESTATION มาไว้ที่งานนี้ พร้อมทั้งไฮไลท์การแถลงข่าวเปิดตัวเกมมือถือตัวใหม่ NEW GUNBOUND และการแถลงข่าวความร่วมมือกับบริษัท GRAVITY จากประเทศเกาหลีใต้ ในการร่วมกันพัฒนาเกมใหม่ล่าสุด RAGNAROK BATTLE ACADEMY (ROBA) ที่ได้ลิขสิทธิ์ตัวละครมาจากเกม RAGNAROK ONLINE โดยงานนี้ได้ถูกจัดขึ้นที่ GMM LIVE HOUSE ห้าง CENTRAL WORLD โดยภายในงานได้มีการแถลงข่าวเปิดตัวเกมมือถือตัวใหม่ NEW GUNBOUND พัฒนาโดยบริษัท SOFTNYX ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเดียวกับ GUNBOUND ในเวอร์ชั่น PC ที่เคยเปิดให้บริการและได้รับความนิยมจากเกมเมอร์ชาวไทยเป็นจำนวนมาก โดยในเวอร์ชั่นที่ถูกพัฒนามาเป็นเกมมือถือนี้จะมีการผสมผสานจุดเด่นของเกม GUNBOUND ที่ทุกคนคุ้นเคย พร้อมกับเพิ่ม Features และระบบใหม่ๆ ที่ทันสมัยเข้ามา เพื่อรองรับกลุ่มผู้เล่นทั้งคนที่เคยเล่นและรู้จักเกม GUNBOUND มาแล้ว และเกมเมอร์รุ่นใหม่ที่กำลังมองหาเกมแนว Casual ให้ทุกคนสามารถสนุกกับเกมนี้ได้ทุกคน และเล่นเกมนี้ได้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งเกมนี้จะเปิดให้บริการโดยบริษัท ELECTRONICS EXTREME โดยครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 10 ประเทศภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานในครั้งนี้ คือการแถลงข่าวการร่วมกันเป็นผู้พัฒนาเกมใหม่ RAGNAROK BATTLE ACADEMY (ROBA) ที่ได้ลิขสิทธิ์มาจากเกม RAGNAROK ONLINE โดยเกมนี้เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างบริษัท GRAVITY ของเกาหลี (เจ้าของลิขสิทธิ์ RAGNAROK) และ EXTREME STUDIO ของไทย โดยตัวเกมจะเป็นรูปแบบ Battle Royale ที่ผสานความเป็น RPG แบบ RAGNAROK ผู้เล่นจะได้จำลองว่าตัวเองเป็น Novice ที่จะต้องฝึกฝนพยายามต่อสู้และเอาชีวิตรอดจากทั้งมอนสเตอร์ และผู้เล่นอื่น เพื่อที่จะได้เป็นกลุ่มสุดท้ายที่สามารถรอดชีวิตและเป็นผู้ชนะในเกมนั้นๆ ได้ ซึ่งตอนนี้ตัวเกมได้ถูกพัฒนาไปแล้วประมาณ 80% และเมื่อตัวเกมแล้วเสร็จ ทางผู้พัฒนามีแผนที่จะเปิดให้บริการในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อน (SEA) โดยคาดว่าจะสามารถให้ผู้เล่นได้เริ่มเข้าร่วมทดสอบเกมฯ ได้ในปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า นอกจากนี้ภายในงานยังมีศิลปินและแขกรับเชิญมากมายที่มาร่วมสร้างสีสันและความสนุกให้กับงาน EXTREME GAMES 2019 ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นโชว์พิเศษจากน้องๆ ไอดอล “วง SWEAT 16!” และเกมแคสเตอร์ที่เป็นที่รู้จักอย่าง ARTHUR, ThisKK, MintAUKA, KWANG ARISA ฯลฯ นอกจากนี้ยังมี Mini-Concert จากนักร้องชื่อดังไม่ว่าจะเป็น CDGUNTEE, NICECNX และวง COCKTAIL และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับงานในครั้งนี้ก็คือการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยของ 2 เกมในเครือทั้ง RAGNAROK THAILAND CHAMPIONSHIP 2019 (RTC2019) และ CABAL PVP ENCOUNTER รอบ GRAND FINAL ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1,300,000 บาท อีกทั้งยังมีการประเดิมการแข่งขันรายการแรกของเกม New Gunbound ภายในงาน กับรายการ Duo Shooting Star Tournament ที่ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 25,000 บาท พร้อมได้เป็นเจ้าของไอเทมสุดพิเศษก่อนใครในเซิร์ฟเวอร์ สำหรับงาน EXTREME GAMES 2019 ได้ถูกจัดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 4 ด้วยความตั้งใจของทาง ELECTRONICS EXTREME ที่จะสร้างเสริมคอมมูนิตี้ของเกมเมอร์ทุกๆ คนให้มีพื้นที่ได้เข้ามาพบปะพูดคุย ร่วมกิจกรรม รวมไปถึงการจัดการแข่งขัน ESPORT ของเกมในเครือ EXE เพื่อส่งเสริมและผลักดันให้เกมเมอร์ทุกคนได้มีส่วนร่วมกับตัวเกมมากขึ้น อีกทั้งยังมีวัตถุประสงค์เพื่อจะช่วยสร้างสรรค์พัฒนาวงการอุตสาหกรรมเกมของไทยให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากลยิ่งขึ้น ซึ่งงานในแต่ละปี นอกเหนือไปจากการนำคอนเท้นท์ของเกมในเครือไปจัดแสดงให้เกมเมอร์ทุกคนได้เข้าร่วมแล้ว เรายังมีการแสดงและกิจกรรมพิเศษจากแขกรับเชิญและศิลปินที่มีชื่อเสียงที่เข้ามาร่วมสร้างสีสันให้งานมีความสนุกครบครันและน่าประทับใจที่สุด เครดิต : (playulti) https://www.playulti.com

อ่านต่อ »

ทำความรู้จัก X-Data กุญแจสู่ความสำเร็จในยุค Experience Economy

สมมุติว่าวันหนึ่งคุณไปร้านก๋วยเตี๋ยวที่คุ้นเคยแถวออฟฟิส คุณนั่งลงและสั่งเมนูจานโปรด ไม่นานเกินรอ พนักงานร้านก็เดินมาเสิร์ฟ มื้อนี้ช่างง่าย ทันใจ อร่อย แถมยังถูกดีอีกด้วย แต่แล้วคุณก็ต้องสะดุ้ง เพราะเสียงสบถของพนักงานคนหนึ่งที่ดังขึ้นท่ามกลางลูกค้าที่กำลังทานก๋วยเตี๋ยวอย่างเอร็ดอร่อย บางสิ่งบางอย่างทำให้คุณรู้สึกไม่ค่อยดีกับร้านนี้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น จนคิดในใจว่าคงไม่กล้บมากินร้านนี้อีกต่อไป เพราะอะไรกันนะ ทั้งๆ ที่น้ำซุปเขาก็อร่อยและที่นั่งก็สบายดี …มันคือประสบการณ์ของคุณอย่างไรล่ะ ที่ได้คะแนนติดลบไปเสียเรียบร้อยแล้ว เรากำลังอยู่ในยุคสมัยของ Experience Economy ที่ซึ่งสินค้าที่หรูเลิศ ที่ตั้งแสนสะดวก และราคาที่ดี ไม่ใช่ปัจจัยชี้ชะตาธุรกิจที่สำคัญที่สุดอีกต่อไป โดย Pine & Gilmore ได้ระบุไว้ในปี 1998 ว่า “ประสบการณ์ เกิดขึ้นเมื่อบริษัทตั้งใจใช้บริการเป็นเวทีและสินค้าเป็นพร็อพ เพื่อเข้าถึงลูกค้าแต่ละคนในรูปแบบหนทางที่พึงสร้างเหตุการณ์ให้เป็นที่น่าจดจำและน่าประทับใจ” เจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทั่วโลกในปัจจุบันต่างให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” นับตั้งแต่การพบหน้าลูกค้าครั้งแรก แผนการตลาด รูปแบบการขาย ห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงงานบริการหลังการขาย ทุกองค์ประกอบเหล่านี้ล้วนมีส่วนเสริมสร้างประสบการณ์ของลูกค้า ในวันนี้ ประสบการณ์ ได้กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจ องค์กรต่างๆ ทั่วโลกพบว่าเมื่อพวกเขามอบประสบการณ์ที่ดีเลิศแก่ลูกค้า พวกเขาจะได้รับผลตอบแทนทางธุรกิจที่ดีเกินคาด และในทางกลับกัน ประสบการณ์ลูกค้าที่ไม่ดีย่อมนำมาซึ่งบทลงโทษที่ธุรกิจต้องเผชิญ คำถามคือเราจะสร้างประสบการณ์ที่ดีได้อย่างไร? ประการแรกที่เจ้าของธุรกิจต้องเข้าใจ คือ ประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experience) หรือ CX นั้นแตกต่างจาก CRM เราทุกคนรู้จัก CRM หรือการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer relationship management) ซึ่งทำหน้าที่บริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยระบบ CRM จะให้ข้อมูลเชิงปฎิบัติการ หรือ O-Data (Operational data) ซึ่งจะช่วยบอกได้ว่าลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์อย่างไร (what) และเมื่อใด (when) บ้าง อย่างไรก็ตาม CRM นั้นมีข้อจำกัด แม้ว่ามันจะสามารถตีแผ่ข้อมูลของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นแล้วได้อย่างละเอียดละออ มันไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นด้วย “เหตุผล” ประการใด (why) สิ่งที่เจ้าของธุรกิจในยุคนี้ต้องเข้าใจ ประการที่สอง คือ การบริหารจัดการประสบการณ์ การบริหารประสบการณ์ (Experience Management) หรือ XM จึงกลายเป็นกลยุทธ์พิชิตเป้าหมายของธุรกิจชั้นนำของโลกในวันนี้ ซึ่งเป็นการผสานข้อมูล O-Data หรือข้อมูลเชิงปฏิบัติการของธุรกิจ (ข้อมูลที่ได้จากระบบ CRM) และข้อมูล X-Data หรือข้อมูลเชิงประสบการณ์ (ข้อมูลจากระบบ CX จากทั้งกลุ่มลูกค้าและพนักงานขององค์กร) เข้าด้วยกัน เกิดเป็นบทวิเคราะห์ความเชื่อ ความรู้สึก และอารมณ์ของกลุ่มยูสเซอร์ หรือกลุ่มผู้มีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ ที่ยืนอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงและข้อมูลที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งเอื้อให้ผู้บริหารองค์กรสามารถทำการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างละเอียด รอบคอบ และมีประสิทธิผล XM คือกระบวนการมอนิเตอร์ทุกปฏิสัมพันธ์เชิงประสบการณ์ที่คนมีกับแบรนด์ ซึ่งมีเป้าหมายคือการหาช่องโอกาสที่จะปรับปรุงประสบการณ์ต่างๆ เหล่านั้นให้ดียิ่งขึ้นไปอีก กระบวนการดังกล่าวนี้ คือ อาวุธสำคัญ ที่ทำให้ธุรกิจสามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว รวมถึงคาดการณ์หรือควบคุมปัญหาเหล่านั้นก่อนที่มันจะเกิดขึ้น ปัจจุบัน องค์กรชั้นนำทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยได้หันมาขับเคลื่อนธุรกิจด้วย XM ดังเช่น Bualaung Securities: ใช้ XM ยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าต่อระบบธุรกรรมของบริษัทหลักทรัพย์ ทั้งนี้ Qualtrics มีจุดแข็ง ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด 3 ประการ คือ ประการแรก Qualtrics ใช้ดีพ เลิร์นนิ่ง ปัญญาประดิษฐ์ และแมชชีน เลิร์นนิ่ง เข้ามาช่วย เพื่อการระบุอินไซท์ที่ธุรกิจสามารถนำไปใช้ต่อยอดได้ ประการสอง XM™ Platform ของ Qualtrics ขับเคลื่อนโดยระบบอนาลิติกส์ ซึ่งองค์กรต่างๆ สามารถใช้เพื่อตอบโจทย์งานวิจัยที่มีความซับซ้อนสูง ประการสุดท้าย XM™ Platform ของ Qualtrics สามารถหาฟีดแบคแบบเรียลไทม์ พร้อมวิเคราะห์และหาอินไซท์ เพื่อให้องค์กรสามารถกำหนดกลยุทธ์และปฏิบัติการทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด เครดิต : (sanook) https://www.sanook.com

อ่านต่อ »