ไม่ล้มแผน!บาเยิร์นเตรียมหวนล่าซาเน่ช่วงตลาดเปิดม.ค

เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ ตีข่าว บาเยิร์น จะหวนไล่ล่าลายเซ็นของ ลีรอย ซาเน่ ดาวเตะ แมนฯ ซิตี้ ในช่วงเดือนมกราคมนี้ แต่ฝั่ง “เรือใบสีฟ้า” ก็ยังไม่คิดที่จะลดค่าหัวที่ตั้งเอาไว้ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน จะกลับมาเดินแผนล่าตัว ลีรอย ซาเน่ ปีกชาวเยอรมันของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงเดือนมกราคมนี้ ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษ เดิมที ซาเน่ ถือเป็นเป้าหมายในการเสริมทัพอันดับต้นๆ ของ บาเยิร์น ในตลาดช่วงซัมเมอร์ที่เพิ่งปิดตัวลงไป หลังจากพวกเขาจำเป็นต้องการปีกฝีเท้าดีมาทดแทนการบอกลาทีมไปของ อาร์เยน ร็อบเบน กับ ฟร้องค์ ริเบรี่ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถโน้มน้าวใจให้ แมนฯ ซิตี้ ยอมขายเขาได้ ซ้ำร้ายแข้งวัย 23 ปี ยังมาได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกจากเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ จนอาจจะต้องพักเป็นเวลานานอีก เรื่องดังกล่าวทำให้ บาเยิร์น ล้มแผนล่าตัว ซาเน่ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แล้วแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการหันไปยืม ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กับ อิวาน เปริซิช มาร่วมทีม อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังสนใจที่จะเอา ซาเน่ มาเสริมแกร่งอยู่ และจะพยายามดึงเขามาร่วมทีมให้ได้อีกครั้งในตลาดช่วงหน้าหนาว อย่างไรก็ตาม ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือ แมนฯ ซิตี้ ยังไม่คิดที่จะปล่อย ซาเน่ ออกไปถูกๆ แต่อย่างใด หลังจากพวกเขาตั้งค่าหัวของอดีตแข้ง ชาลเก้ 04 เอาไว้ถึง 145 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,510 ล้านบาท) โดยฝั่ง “เรือใบสีฟ้า” ยังหวังว่า ซาเน่ จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมด้วย จากการที่ข้อตกลงฉบับเดิมจะหมดอายุลงในปี 2021 เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ไม่ใช่แค่ ชาน ! 5 แข้งลิเวอร์พูลคิดผิดมหันต์อำลา “หงส์แดง”

หลังจากเหตุการณ์ที่ เอ็มรี่ ชาน ออกมาแสดงความไม่พอใจ ยูเวนตุส เมื่อเขาไม่ได้เป็นตัวหลักของ “ม้าลาย” ในฤดูกาลนี้ และจุดแตกหักที่สุดก็คือการโดนตัดชื่อออกจากทีมชุดลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ทำให้ ดาวเตะเลือดด๊อยท์ช ต้องออกโรงจวกสโมสรอย่างรุนแรง จะว่าไปแล้วก่อนหน้านั้น ชาน คืออนาคตใหม่ของ ลิเวอร์พูล และน่าจะเป็นตัวหลักในการสร้างทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่แล้วนักเตะกลับเลือกย้ายหนีต้นสังกัดเพื่อไปเล่นแบบฟรีเอเยนต์กับ ยูเว่ เพราะเจ้าตัวคิดว่าจะยิ่งพัฒนาศักยภาพมากขึ้นหากได้สวมชุด “ม้าลาย” สำหรับตอนนี้ ชาน คงรู้สึกตัวแล้วว่าคิดผิดมหันต์ที่เลือกปัดการต่อสัญญากับ ลิเวอร์พูล เพื่อจะได้ย้ายมาเล่นกับ ยูเวนตุส เพราะหากเขาคิดให้ถ้วนถี่แน่นอนว่าการอยู่กับ “หงส์แดง” กุนซือคล็อปป์ คงเลือกให้เขาเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเกมแดนกลางของทีม อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ แข้งทีมชาติเยอรมนีเท่านั้นที่เพิ่งตาสว่างว่าตัวเองทำพลาดที่ทิ้ง ลิเวอร์พูล ไป เพราะยังมีเพื่อนร่วมทีมอีกหลายคนที่ต้องพบกับชะตากรรมเดียวกัน แต่งานนี้ขอคัดแบบเน้นๆ ที่เห็นว่านักเตะคิดผิดที่ย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ เอ็มเร่ ชาน (ยูเวนตุส กรกฎาคม 2018) บางคนอาจจะพูดว่า ดาวเตะชาวเยอรมัน โบกมือลาแอนฟิลด์ และได้เล่นในบทบาทสำคัญกับ “ม้าลาย” แถมประสบความสำเร็จในฤดูกาล 2018-19 เมื่อลงสนาม 29 แมตช์ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา และ 6 แมตช์ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างไรก็ตาม หลังจากการเซ็นสัญญาครั้งสำคัญในช่วงซัมเมอร์นี้ ส่งผลให้ ชาน หลุดจากทีมตัวจริง การที่ ยูเว่ คว้าตัว อารอน แรมซี่ย์ และ อาเดรียง ราบิโอต์ มาร่วมทีม ส่งผลกระทบต่ออนาคตของ ชาน ทันที นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ กองกลางมาดเข้ม ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ยิ่งทำให้อนาคตของเขากับทีมเริ่มมืดมนลงเรื่อยๆ จริงๆ แล้วหาก ชาน ตัดสินใจที่จะอยู่กับ “เดอะ เร้ดส์” ต่อไป แน่นอนว่าเขาจะเป็นขุมกำลังสำคัญของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ และยิ่งในปัจจุบัน ลิเวอร์พูล กำลังมีพัฒนการอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรก ฉะนั้นหาก ชาน ยังสวมชุดสีแดงเพลิง เขาคงเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของหน้าประวัติศาสตร์ “หงส์แดง” ก็ได้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (บาร์เซโลน่า มกราคม 2018) หลังจากที่แยกทางกับ อินเตอร์ มิลาน ในเดือนมกราคม 2013 ด้วยค่าตัว 8 ล้านปอนด์ (ราว 304 ล้านบาท) ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ พัฒนาตัวเองขึ้นมาจนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดของ ลิเวอร์พูล และเป็นขวัญใจมหาชนของสาวก “เดอะ ค็อป” อย่างรวดเร็ว ช่วงหลายปีที่อยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ “คูตี้” ผลิตผลงานสุดยอดจนได้รับฉายา “พ่อมดน้อย” ส่งผลให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก โดยความสำเร็จในเรื่องฟอร์มการเล่นของ คูตินโญ่ เกิดขึ้นภายใต้การเล่นให้กับสโมสรแห่งนี้ และนั่นทำให้ บาร์เซโลน่า สนใจนักเตะจนนำไปสู่การพยายามที่จะคว้าตัวมาร่วมทีม เหตุการณ์ดราม่าที่สุดในเรื่องนี้ก็คือตอนที่ คูตินโญ่ เล่นให้กับทีมชาติบราซิล และยิงประตูได้พร้อมกับร้องไห้เป็นเด็กน้อย เนื่องจากผิดหวังที่ไม่ได้ย้ายไปอยู่กับบาร์ซ่าในช่วงซัมเมอร์ แต่สุดท้ายนักเตะก็สมหวังเมื่อ “หงส์แดง” ยอมปล่อยตัวในเดือนมกราคม 2018 นับตั้งแต่เพลย์เมกเกอร์ชาวบราซิเลียน ย้ายไปเล่นในคัมป์ นู ดูเหมือนเขาจะประสบความสำเร็จกับทีมในช่วงแรก แต่เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา คูตินโญ่ ไม่ค่อยได้รับความไว้วางใจจากกุนซือเอร์เนสโต้ บัลเบรเด้ ทำให้ซัมเมอร์นี้นักเตะพยายามที่จะหาสโมสรใหม่ และสุดท้ายก็โบกมือลาไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยสัญญาลืมตัว จอร์ดอน ไอบ์ (บอร์นมัธ กรกฎาคม 2016) ปีกชาวอังกฤษ อาจจะไม่ได้มีศักยภาพระดับเดียวกับ คูตินโญ่ หรือ ชาน แต่แน่นอนว่าเขาคงมีอนาคตและพัฒนาฝีเท้าหากอยู่กับทีมต่อไป หลังจากที่ย้ายมาจาก วีคอมบ์ นักเตะต้องเริ่มต้นด้วยการเป็นนักเตะเยาวชนของทีมก่อนจะก้าวขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ในฤดูกาล 2014-15 หลังจากนั้นใช้เวลากับการเล่นแบบยืมตัวกับ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ และ ดาร์บี้ เคาท์ตี้ ไม่นานนัก ไอบ์ ก็พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเป็นแข้งสำคัญในฤดูกาล 2015-16 ไอบ์ ได้ลงเล่น 27 เกมในพรีเมียร์ลีก และ 41 แมตช์ในทุกรายการ รวมถึงการโชว์ฟอร์มจนคว้าแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ปะทะ เอฟเวอร์ตัน อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวเชื่อว่าผลงานของตนควรได้เป็นตัวหลักอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้เขาเลือกย้ายไปเล่นกับ บอร์นมัธ ด้วยสัญญา 5 ปี ย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้น ไอบ์ ทำผลงานได้ดีจนติดทีมชาติอังกฤษ แต่ตอนนี้นักเตะต้องพบกับความยากลำบากในการเล่นให้ “เดอะ เชอร์รีส์” ไมเคิ่ล โอเว่น (เรอัล มาดริด สิงหาคม 2004) หนุ่มน้อยโอเว่นที่เกิดและเติบโตมากับ ลิเวอร์พูล โดยใช้เวลาค้าแข้งกับ “หงส์แดง” 13 ปี รวมถึงการเล่นให้ทีมในระดับเยาวชน 5 ฤดูกาล หัวหอกร่างเล็กความเร็วสูง ตะบันประตูในเกมพรีเมียร์ลีกไปเบาะๆ 118 ประตูจากการเล่น 216 แมตช์ ส่งให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นตำนานให้กับสโมสรและทีมชาติอังกฤษ โดยการเล่นให้ทัพ “สิงโตคำราม” นักเตะซัดไป 40 ประตู แน่นอนว่าในเวลานั้น โอเว่น ได้รับการคาดหมายว่าจะเก่งยิ่งกว่านี้ และมีสิทธิ์ช่วย ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีกเมืองผู้ดีเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี อย่างไรก็ตาม โอเว่น เกิดความเคืองขุ่นใจเกี่ยวกับอนาคตของเขากับต้นสังกัด ส่งผลให้เขาเลือกหักดิบด้วยการย้ายหนี “หงส์แดง” แบบช็อกสาวก “เดอะ ค็อป” ในช่วงซัมเมอร์ปี 2004 เพื่อไปเล่นให้กับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด แถมค่าตัวแค่ 8 ล้านปอนด์ (ราว 304 ล้านบาท) เท่านั้น การเล่นในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว นั้น โอเว่น ซัดไปเพียง 13 ประตูในซีซั่นเดียว ก่อนจะย้ายไปเล่นให้ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในปี 2005 ซึ่งเจ้าตัวเพิ่งออกมายอมรับในหนังสืออัตชีวประวัติเมื่อเร็วๆ นี้ว่าคิดผิดมหันต์ในอาชีพพ่อค้าแข้งที่มาเล่นในถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (ลีดส์ พฤศจิกายน 2001) ดาวยิงเจ้าของฉายา “ก็อด” ซึ่งสาวก “เดอะ ค็อป” รู้สึกเป็นอย่างดีจากผลงานการตะบันประตูของ ฟาวเลอร์ ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่เล่นให้กับต้นสังกัด รวมถึง 9 ปีที่อยู่กับทีมเยาวชน ฟาวเลอร์ ก้าวขึ้นมาเป็นตำนาน “หงส์แดง” อย่างรวดเร็ว ด้วยสถิติซัดประตูในพรีเมียร์ลีกไปเบาะๆ 120 ลูกจากการเล่น 236 แมตช์ แต่หลังจากที่เกิดรอยร้าวในใจกับ เชราร์ด อุลลิเย่ร์ ผู้จัดการทีม และ ฟิล ธอมป์สัน ผู้ช่วย ในปี 2001 ทำให้เจ้าตัวเลือกทิ้งถิ่นแอนฟิลด์ ในฤดูกาล 2001–2002 อย่างไรก็ตาม ฟาวเลอร์ ต้องพบกับความล้มเหลวในการเล่นให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด โดยใช้เวลาเพียงแค่ 2 ปี จากนั้นก็ต้องลาสโมสรก่อนที่พวกเขาจะตกชั้น เพื่อไปเล่นกับ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างไรก็ตาม นักเตะกลับมาเล่นให้ “เดอะ เร้ดส์” พร้อมกับยิงได้ 8 ประตู ฟาวเลอร์ ซึ่งติดทีมชาติอังกฤษ 26 แมตช์ ยังโยกไปเล่นให้ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส, นอร์ธ ควีนส์แลนด์ ฟูรี่, เพิร์ธ กลอรี่ และ เมืองทอง ยูไนเต็ด ก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2012 เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

รามอส’ ซัดโทษ!สเปนซิว15แต้มเต็มบุกเฉือนโรมาเนียคัดยูโร

เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมซัดจุดโทษเปิดหัวพา “กระทิงดุ” สเปน บุกเฉือน โรมาเนีย 2-1 พร้อมเก็บไป 15 แต้มเต็มจากชัยชนะ 5 นัดรวด ในศึกฟุตบอล ชิงแชมป์ยุโรป 2020 (รอบคัดเลือกกลุ่ม เอฟ) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ก.ย. ที่ผ่านมา ฟุตบอล ชิงแชมป์ยุโรป 2020 (รอบคัดเลือกกลุ่ม เอฟ) วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2562 โรมาเนีย 1 – 2 สเปน โรมาเนีย เจ้าบ้านรั้งรองจ่าฝูงกลุ่มมี 7 คะแนนยังคงต้องลุ้นเข้ารอบเกมนี้จึงมีความสำคัญอย่างมาก ขณะที่ “กระทิงดุ” สเปน ครองหัวตารางมี 12 แต้มเต็มจากชัยชนะ 4 เกมรวด เกมดำนเนิมมาถึงนาทีที่ 27 สเปนขึ้นนำ 1-0 เมื่อได้ลูกที่จุดโทษจากจังหวะที่ ดานี่ เซบายอส โดนเตะด้านหลังดูภาพช้าเหมือนจะเป็นการพุ่งล้ม แต่กรรมการก็ยืนยันคำตัดสินดังกล่าว และเป็น เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมรับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่เหลือ และจังหวะดังกล่าว รามอส ถูกใบเหลืองเมื่อไปทำท่าดีใจที่ไม่เหมาะสม สเปน ยังคงครองเกมบุกอย่างต่อเนื่องและได้ลุ้นอีกครั้งนาทีที่ 34 ฟาเบียน รุยซ์ บรรจงปั่นบอลทางฝั่งขวาของกรอบเขตโทษระยะประมาณ 25 หลาแต่ทิศทางไม่ดีเหินข้ามคานออกไปไกล นาทีต่อมาทัพกระทิงดุน่าได้ประตูนำห่างเมื่อได้โอกาสยิงแบบจ่อๆ ไม่ถึง 10 หลาโดย โรดริโก้ โมเรโน่ แต่ดันไปตรงตัว ซิเปรียน ตาตารูซานู นายด่านโรมาเนียที่ผวาปัดบอลออกไปได้ นาทีที่ 37 สเปนหวิดบวกสกอร์อีกครั้งเมื่อ ปาโก้ อัลกาเซร์ วิ่งเข้ามาแปบอลโล่งๆ แบบไร้ตัวประกบจากลูกเปิดเลียดด้านข้างแต่ดันกดไม่ลงบอลเหินข้ามคานออกไปอีกครั้ง จบครึ่งแรก สเปน บุกมานำ โรมาเนีย เจ้าบ้าน 1-0 โดยแข้งสเปนถูกเสียงโห่จากแฟนบอลโรมาเนียทุกจังหวะเมื่อจับบอลหลังจากได้ประตูแรกจากลูกจุดโทษที่น่ากังขา เริ่มครึ่งหลังมาได้เพียงสองนาทีนาทีที่ 47 สเปนนำห่าง 2-0 จากจังหวะต่อบอลสุดสวยก่อนไปถึง จอร์ดี้ อัลบา ที่เติมขึ้นมาเปิดบอลริมเส้นฝั่งซ้ายให้ ปาโก้ อัลกาเซร์ ที่รอยืนแปโล่งๆ ตรงเส้นกรอบ 6 หลาเข้าไปอย่างง่ายดาย โรมาเนีย ได้ประตูตามมาเป็น 1-2 นาทีที่ 60 จากลูกโขกแบบจ่อๆ ของ ฟลอริน อันโดเน่ ที่เปิดมาจากด้านข้างฝั่งซ้ายโดย จอร์จ ปุสคัส ทำให้เสียงเชียร์ของแฟนบอลเจ้าถิ่นดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง นาทีที่ 65 จอร์จ ปุสคัส ศูนยหน้าโรมาเนียได้จังหวะซัดไกลแต่ทิศทางไม่ได้บอลหลุดออกข้างเสาไปอย่างน่าเสียดาย นาทีต่อมา โรดริโก้ โมเรโน่ แข้งสเปนกระชากบอลจี้เข้าไปในกรอบเขตโทษเจ้าถิ่นแล้วได้ยิงด้วยปลายเกือกแบบไม่ถนัดเมื่อโดนแข้งโรมาเนียเบียดเอาไว้ทำบอลไหลไปเข้ามือ ซิเปรียน ตาตารูซานู รับไว้ไร้ปัญหา นาทีที่ 79 สเปนเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ ดีเอโก้ ยอเรนเต้ ไปเตะตัดฟาวน์ใส่ จอร์จ ปุสคัส ดาวยิงเจ้าถิ่นจากทางด้านหลังที่กำลังหลุดเดี่ยวเข้าไปทำประตู เดนิส อายเตคิน กรรมการชาวเยอรมันควักใบแดงไล่ออกจากสนามทันที ต่อเนื่องจังหวฟรีคิกเป็น อานิส ฮากิ ตัวสำรองรับหน้าที่ยิงกลางกรอบเขตโทษระยะประมาณ 20 หลาแต่ไปติดกำแพงไม่ได้ลุ้น ผ่านพ้นมาถึงช่วยทดเจ็บนาทีที่ 90+1 โรมาเนีย เกือบได้ประตูตีเสมอ เมื่อ จอร์จ ปุสคัส หลุดเข้าไปซัดเต็มข้อแต่ไปติดเซฟของ เกป้า ที่ยืนปิดมุมได้ดีและปัดออกไปได้ จังหวะต่อเนื่องนาทีถัดเจ้าถิ่นน่าได้ประตูตีเสมอแบบสุดๆ เมื่อ จอร์จ ปุสคัส ได้ขึ้นโขกเต็มหัวระยะไม่ถึง 6 หลาแต่บอลดันไปตรงตัว เกป้า ที่ยังป้องกันไว้ได้อีกครั้ง จบเกม สเปน ที่เหลือ 10 คนช่วง 10 นาทีสุดท้ายยันสกอร์เดิมไว้ได้เป็นฝ่ายเอาชนะ โรมาเนีย 2-1 พร้อมเก็บไป 15 แต้มเต็มจากชัยชนะ 5 นัดรวด รายชื่อนักฟุตบอลทั้งสองทีม โรมาเนีย (5-3-2) : ซิเปรียน ตาตารูซานู – อลิน ทอสก้า, ดาร์กอส จิร์กอเร่, ชิริเชส, โยนุต เนเดลเซียรู, โรมาริโอ เบนซาร์ – นิโคเล สตานซิอู (อานิส ฮากิ น.63), ราซวาน มาริน, ชิเปรียน เดียค (อเล็กซานดรู มักซิม น.72) – เคลาดิอู เคเซรู (ฟลอริน อันโดเน่ น.56), จอร์จ ปุสคัส เทรนเนอร์ : คอสมิน คอนทร้า สเปน (4-3-3) : เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า – เฆซุส นาบาส, เซร์คิโอ รามอส, ดีเอโก้ ยอเรนเต้, จอร์ดี้ อัลบา – ฟาเบียน รุยซ์, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, ซาอูล ญีเกซ – โรดริโก้ โมเรโน่ (มิเกล โอยาร์ซาบัล น.71), ปาโก้ อัลกาเซร์ (มาริโอ เฮอร์โมโซ่ น.85), ดานี่ เซบายอส (ปาโบล ซาราเบีย น.77) เทรนเนอร์ : โรเบิร์ต โมเรโน่ ผู้ตัดสิน : เดนิส อายเตคิน (เยอรมัน) เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

มันชินี่ชี้อิตาลีไม่ง่ายแม้บุกสอยอาร์เมเนีย

โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือทีมชาติอิตาลี ชี้เป็นงานที่หินทีเดียว แม้ทีมบุกไปพลิกสอย อาร์เมเนีย ได้สำเร็จ 3-1 ระบุการที่คู่แข่งเหลือ 10 คน ยิ่งทำให้เล่นยากขึ้น โรแบร์โต้ มันชินี่ เฮดโค้ชทีมชาติอิตาลี เผยว่า ไม่ใช่งานง่ายเลยแม้แต่น้อยสำหรับทีมตน แม้สามารถบุกไปพลิกเอาชนะ อาร์เมเนีย 3-1 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2020” รอบคัดเลือก กลุ่ม เจ นัดที่ 5 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา อาร์เมเนีย เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนจากการยิงสุดเฉียบของ อเล็กซานเดร คาราเปเตียน ตั้งแต่นาทีที่ 11 ทว่านาทีที่ 28 อันเดรีย เบล็อตติ ก็ยิงให้ อิตาลี ตามตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ จากนั้นนาทีที่ 45 สถานการณ์ของเจ้าถิ่นดูย่ำแย่ลงไปอีก เพราะต้องเหลือผู้เล่น 10 คน จากการที่ คาราเปเตียน ถูกไล่ออก หลังได้รับใบเหลืองที่สอง ครึ่งหลังเกมมาถึงนาทีที่ 77 อิตาลี พลิกเป็นฝ่ายขึ้นนำ 2-1 จากการโหม่งของ ลอเรนโซ่ เปลเลกรีนี่ ก่อนที่จะมาได้ประตูย้ำชัย 3-1 จาก เบล็อตติ เจ้าเก่าในนาทีที่ 80 ซึ่งชัยชนะนัดนี้ทำให้ทีมแชมป์โลก 4 สมัย รั้งตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป ด้วยสถิติชนะ 100% จากการลงเตะ 5 นัด มี 15 คะแนน “ผมไม่รู้ว่า มันเป็นเกมที่ย่ำแย่ที่สุดของเราหรือเปล่า แต่ผมคงต้องบอกว่า มันเป็นเกมที่ยากลำบากมาก เพราะเกมง่ายๆ มันไม่มีจริงในวงการฟุตบอลทุกวันนี้ เราออกสตาร์ตได้ไม่ดี แถมยังเสียประตูก่อน แต่เราก็น่าจะกลับมาได้ก่อนจบครึ่งแรก” “ในทางกลับกัน ใบแดงของพวกเขากลับกลายเป็นสิ่งที่เล่นงานพวกเราด้วย เพราะทำให้ อาร์เมเนีย ต้องโฟกัสไปที่การเล่นเกมรับทั้ง 10 คน ซึ่งทำให้แทบไม่มีพื้นที่เล่นเลย เพราะถ้าเป็น 11 คนเท่ากับ พวกเขาก็คงจะเล่นเกมรุกมากกว่านี้” มันชินี่ เปิดใจหลังเกม เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ทางการ!ทีมลีกอาร์เจนตินาตั้งมาราโดน่าคุมทัพ

กิมนาเซีย ประกาศตั้ง ดีเอโก้ มาราโดน่า เป็นกุนซือคนใหม่ของทีมเรียบร้อย โดยสัญญามีผลจนถึงจบซีซั่นนี้เท่านั้น กิมนาเซีย สโมสรในลีกสูงสุดของประเทศอาร์เจนตินา ประกาศว่าพวกเขาได้แต่งตั้งให้ ดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ เข้ามาเป็นเทรนเนอร์ของทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา มาราโดน่า มีปัญหาด้านหัวเข่าจนทำให้เขาต้องลาออกจากการคุม โดราโดส สโมสรในลีกระดับ 2 ของประเทศเม็กซิโกไปเมื่อช่วเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวก็รับการรักษาจนมีอาการดีขึ้นแล้ว โดยก่อนหน้านี้เขาก็สามารถเดินไปไหนมาไหนในโรงพยาบาลได้สะดวกขึ้น ทั้งนี้ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีกระแสข่าวลืออย่างหนักว่า มาราโดน่า กำลังจะไปกุมบังเหียน กิมนาเซีย โดยถึงแม้เจ้าตัวจะออกมาชี้แจงว่าไม่ได้รับข้อเสนอจากทีมดังกล่าว แต่ มาติยาส มอร์ล่า ทนายความส่วนตัวของเขาออกมาบอกเองว่า “เสือเตี้ย” จ่อจะได้ไปทำงานกับที่นั่นจริงๆ และล่าสุดมันก็มีการแต่งตั้งเขาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยที่สัญญามีผลจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ “ดีเอโก้ อาร์มันโด้ มาราโดน่า สตาร์ดังของโลกฟุตบอล ได้เซ็นสัญญากับเรา และเป็นโค้ชคนใหม่ของ กิมนาเซีย แล้ว โดยสัญญาจะมีผลจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้” แถลงการณ์ของ กิมนาเซีย ระบุ ปัจจุบัน กิมนาเซีย อยู่ในอันดับสุดท้ายของลีก ด้วยผลงาน 1 คะแนน จากการลงเล่น 5 นัด ส่วนครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้ที่ มาราโดน่า ทำงานในบ้านเกิดนั้น ได้แก่การเป็นผู้ช่วยของ เดปอร์ติโบ ริเอสตร้า ระหว่างปี 2013-17 แต่ถ้านับเฉพาะในฐานะกุนซือคือการคุมทีมชาติอาร์เจนตินาในปี 2008-10 เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

เดอะค็อปยิ้ม!อลีสซงลงฝึกซ้อมเบาๆได้แล้ว

แฟนบอลลิเวอร์พูล เตรียมเฮหลัง อลีสซง เบ็คเกอร์ โกลมือ 1 ใกล้จะหายเจ็บแล้ว เนื่องจากตอนนี้เจ้าตัวกลับมาฝึกซ้อมวิ่งเบาๆ ในช่วงพักเบรกทีมชาติ โดยมีทีมแพทย์ “หงส์แดง” เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อเช็คพัฒนาการในการฟื้นตัวของนายด่านเลือดแซมบ้า สาวก “เดอะ ค็อป” คงมีความสุขเป็นทวีคูณหลัง อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูจอมหนึบชาวบราซิเลียน เริ่มกลับมาลงฝึกซ้อมเบาๆ ได้แล้วที่ เมลวู้ด สนามซ้อม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อน่องฉีกค่อยๆ ดีวันดีคืนขึ้นเรื่อยๆ นายทวารทีมชาติบราซิล ได้รับบาดเจ็บหนักตั้งแต่ลงเฝ้าเสาเกมเปิดซีซั่นแมตช์ที่ “เดอะ เร้ดส์” ไล่ถลุง “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี้ 4-1 เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้สโมสรจำเป็นต้องส่ง อาเดรียน โกลชาวสแปนิชที่เพิ่งเซ็นสัญญาในช่วงซัมเมอร์ ทำหน้าที่สำคัญแทน ตอนนี้อาการบาดเจ็บของ อลีสซง ค่อยๆ ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อ โดยในช่วงพักเบรกทีมชาติ นายด่านเลือดแซมบ้า สามารถกลับมาฝึกซ้อมเบาๆ โดยมีแพทย์ประจำสโมสรคอยเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อคอยตรวจเช็คพัฒนาการในการฟื้นฟูร่างกายของเจ้าตัว สำหรับข่าวดีนี้มีการเปิดเผยจาก Alisson Becker 1 แอคเค้าท์ในเว็บไซต์ทวิตเตอร์ที่โพสต์คลิปวีดิโอในขณะที่ ผู้รักษาประตูมือ 1 ทีมชาติบราซิล กำลังฝึกวิ่งฟุตเวิร์คดริลล์ และมีข้อความระบุว่า “เริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างสดใส” เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ลูกากูทีเด็ด! เบลเยียมงานง่ายบุกซานมารีโนยึดหัวฝูงคัดยูโร

เบลเยียม ทำผลงานในทัวร์นาเมนต์คัดเลือกหนนี้ยอดเยี่ยม คว้าชัยมาสี่เกมรวด นัดนี้ โรเมลู ลูกากู หัวหอกฟอร์มแรงจากอินเตอร์ มิลาน ลงล่าสกอร์บุกบ้าน ซานมารีโน ทีมสมันน้อย ที่ยังเก็บแต้มไม่ได้ แถมเจาะตาข่ายใครไม่เข้าสักเม็ด ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป 2020 รอบคัดเลือก กลุ่ม ไอ คืนวันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562 ซานมารีโน ออกสตาร์ต 4 เกมแรกแบบตามสภาพ แพ้รวดเสียรวม 20 ประตูเฉลี่ยโดนรัวพรุนนัดละ 5 สกอร์พอดี มิเท่านั้น ขุมกำลังยังประสบปัญหาเมื่อ เอเลีย เบเนเด็ตตินี่ นายทวารมือ 1 จากโนวาร่า ในลีกเซเรีย ซี อิตาลี เกิดบาดเจ็บถอนตัวไปแล้ว คาดว่าต้องใช้บริการ ซิโมเน่ เบเนเด็ตตินี่ จากทีมยู-21 ลงประเดิมเฝ้าเสาแทน ตัวจริงที่เหลือล้วนเป็นพวกแข้งกึ่งอาชีพ มีเพียง นิโกล่า นานนี่ หน้าเป้าดาวรุ่งวัย 19 ที่สังกัดสโมสรโมโนโปลี ในเซเรีย ซี แดนมะกะโรนีเช่นกัน ฟากทีมปีศาจแดงยุโรปภายใต้บังเหียน โรเบร์โต้ มาร์ตีเนซ ฟาดชัย 4 เกมรวดดูแล้วไม่ควรพลาดตีตั๋วรอบสุดท้าย แต่ปัญหาคือในโผชุดนี้มีแข้งหลักถอนตัวไปหลายรายเหลือเกิน เอแด็น และ ตอร์กกาน อาซาร์ สองพี่น้องตัวรุกคนดังต่างบาดเจ็บทยอยถอนตัว เช่นเดียวกับ อักเซล วิตเซิล กองกลางดอร์ทมุนด์, แว็งซ็องต์ ก็องปานี หลังตัวเก๋าอันเดอร์เลชท์ที่เพิ่งยุติบทบาทโค้ชมือใหม่, ทิโมธี่ กัสตันเย่ แบ็กขวาอตาลันต้า รวมถึง คูน คาสทีลส์ โกลโวล์ฟสบวร์ก โดยได้เรียก เฮนดริค ฟาน ครอมบรูช นายด่านอันเดอร์เลชท์มาเสียบโควตาแทนแล้ว กระนั้นด้วยเหตุที่เจอทีมสมันจอมแบ่งแต้มจึงไม่น่ากังวลเท่าไร อาจจะปรับเอา เควิน เดอ บรอยน์ ลงตำแหน่งต่ำ เพื่อเปิดโอกาสให้ ดรีส เมอร์เท่นส์ ตัวจี๊ดนาโปลี รวมถึง เลอันโดร ตรอสซาร์ต แข้งใหม่ไบรท์ตันได้ลุ้นประเดิม คอยสนับสนุน โรเมลู ลูกากู ดาวยิงสูงสุดที่เพิ่งย้ายจากแมนฯ ยูไนเต็ดไปเกิดใหม่กับอินเตอร์ มิลาน รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม ซานมารีโน (4-2-3-1) : ซิโมเน่ เบเนเด็ตตินี่ – ฟาบิโอ วิตาโยลี่, ดาวิเด้ ซิมอนชินี่, คริสเตียน โบรลลี่, อันเดรีย กรันโดนี่ – เอ็นริโก้ โกลินุชชี่, อเลสซานโดร โกลินุชชี่ – มาร์เชลโล่ มูลาโรนี่, มัตเตโอ วิตาโยลี่, มีร์โก ปาลัซซี่ – นิโกล่า นานนี่ เบลเยียม (3-4-2-1) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, ยาน แฟร์ทองเก้น, โธมัส แฟร์มาเล่น – โตมาส์ เมอนิเย่ร์, เควิน เดอ บรอยน์, ยูริ ตีเลอมันส์, ยานนิค การ์ราสโก้ – ดรีส เมอร์เท่นส์, เลอันโดร ตรอสซาร์ต – โรเมลู ลูกากู ผู้ตัดสิน : โฮราติอู เฟสนิค (โรมาเนีย) เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

เกลียดกันจนตาย!คีนลั่นไม่มีวันยกโทษให้เฟอร์กูสัน

รอย คีน ระบุ ตนจะไม่มีวันให้อภัย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ทำให้ตัวเองดูเป็นผู้ร้ายในสายตาของคนอื่น พร้อมบอกว่า เฟอร์กูสัน ไม่ได้มีคุณสมบัติในบางด้านดีเหมือนที่หลายคนยกย่องกัน รอย คีน อดีตยอดกองกลางชาวไอริช กล่าวว่าชั่วชีวิตนี้ตนจะไม่มีวันยกโทษให้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างแน่นอน คีน ย้ายจาก น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 1993 และเป็นกำลังสำคัญของทีมที่ช่วยให้ “ปีศาจแดง” ประสบความสำเร็จอย่างมาก แถมเขายังมีความเป็นผู้นำสูงจนได้รับตำแหน่งกัปตันทีมด้วย อย่างไรก็ตาม ในปี 2005 แมนฯ ยูไนเต็ด กับ คีน ก็เห็นตรงกันที่จะยกเลิกสัญญากัน โดยสาเหตุเป็นเพราะ เฟอร์กูสัน ไม่พอใจกับพฤติกรรมหลายอย่างของ คีน อย่างเช่นตำหนิเพื่อนร่วมทีมในการให้สัมภาษณ์กับ เอ็มยูทีวี สถานีโทรทัศน์อย่างเป็นทางการของทีม เป็นต้น โดย เฟอร์กูสัน ยังตำหนิ คีน ผ่านหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเองในปี 2013 ด้วย คีน เผยว่า “ผมจะไม่มีวันยกโทษให้ เฟอร์กูสัน เขาจุดกระแสข่าวชวนเชื่อแบบปลอมๆ ในเรื่องที่ว่าผมทำให้ทุกคนหงุดหงิด มันเป็นเรื่องที่เหลวไหลสิ้นดี ผมไม่สนหรอกว่าคนที่ใส่ร้ายผมจะเป็น อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หรือว่าโป๊ป คุณต้องแก้ต่างให้ตัวเองเป็นธรรมดา” “ผู้คนยกย่องการจัดการคนของ เฟอร์กูสัน ว่ายอดเยี่ยมซะเหลือเกิน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องจริง หลายคนบอกว่าเขาทำทุกอย่างโดยที่คิดถึงผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นอันดับแรกอยู่เสมอ แต่ขนาดคนอย่าง ดาร์เรน เฟอร์กูสัน (ลูกชายของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน) ยังได้เหรียญแชมป์เลยเนี่ยนะ หมอนั่นโชคดีจะตายไป (ที่ได้อยู่ในทีมเพราะเป็นลูกของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และเป็นการทำให้นักเตะบางคนอดติดทีมไปด้วย)” เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

เปิดเหตุผลมูรินโญ่ไม่ดึงฟานไดค์มาแมนยู

สื่อผู้ดีเผยเหตุผลทำไม โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ซื้อ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ มาเข้าถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทั้งๆ ที่ “ปีศาจแดง” มีข่าวสนใจนักเตะก่อน ลิเวอร์พูล เสียอีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปฎิเสธที่จะแข่งกับ ลิเวอร์พูล ในการดึง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ มาเสริมทัพ เนื่องจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่ต้องการคว้าเซนเตอร์แบ็กในเวลานั้น ตามรายงานจาก ดิ อินดิเพนเดนต์ สื่ออังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา ฟาน ไดค์ ย้ายจาก เซาธ์แฮมป์ตัน ไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อเดือนมกราคม ปี 2018 ด้วยค่าตัวถึง 75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,775 ล้านบาท) ก่อนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนได้รางวัลส่วนตัวอย่างมากมาย และล่าสุดก็เพิ่งคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปี 2019 ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม อินดิเพนเดนต์ เผยว่า ฟาน ไดค์ เกือบไม่ได้ย้ายมาเล่นให้ “หงส์แดง” แล้ว เนื่องจากเวลานั้นมีชื่อ “ปีศาจแดง” ให้ความสนใจมาก่อน และมีโอกาสสูงที่จะได้ตัวไปเสริมแนวรับ หากยื่นข้อเสนออย่างจริงจังก่อน ลิเวอร์พูล กระนั้นก็ดี มูรินโญ่ ที่คุม “ปีศาจแดง” เวลานั้น ได้บอกกับสโมสรว่าไม่ต้องซื้อ ฟาน ไดค์ เนื่องจากไม่ต้องการผู้เล่นในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก ก่อนที่ในช่วงเปิดตลาดรอบต่อมาจะอยากได้ปราการหลังอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ของ เลสเตอร์ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใคร จนกระทั่งโดนไล่ออกมาเมื่อเดือนธันวาคม ปีที่ผ่านมา เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th

ยังเทียบ2ทีมไม่ได้!โยริสรับสเปอร์สยังขาดบางอย่าง

อูโก้ โยริส นายด่าน สเปอร์ส ก้มหน้ารับ “ไก่เดือยทอง” ยังขาดคุณสมบัติที่ดีบางอย่างจนทำให้ยังเทียบกับ แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ไม่ได้ แต่ก็กระตุ้นให้ทีมของตนเดินหน้าทำงานของตัวเองให้ดีต่อไป อูโก้ โยริส ผู้รักษาประตูคนเก่งของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าทีมของตนยังขาดคุณสมบัติที่ดีบางอย่างที่จะช่วยให้พวกเขามีลุ้นแชมป์ลีกร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ได้ สเปอร์ส ถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมที่มีลุ้นแชมป์ลีกตลอดช่วงไม่กี่ซีซั่นที่ผ่านมา หลังจากที่พวกเขามีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมจนมีผลงานที่ดีตามไปด้วย แต่ทัพ “ไก่เดือยทอง” ก็ยังไม่สามารถไปถึงตำแหน่งแชมป์ลีกได้สักที โดยซีซั่นที่ดีที่สุดคือฤดูกาล 2016-17 ที่พวกเขาได้อันดับ 2 ในลีก โยริส เผยว่า “ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ มีประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม และเป็นทีมที่เก่งสุดๆ ตอนนี้ผมคิดว่าเรายังขาดบางอย่างอยู่ (ที่จะทำให้เป็นแชมป์ได้) เราจะมารอดูกันหลังจากนี้ว่ามันจะเป็นยังไงบ้าง เพราะในวงการฟุตบอลน่ะหลายอย่างมันเปลี่ยนไปเร็วมากๆ” “สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการที่เรามีสมาธิอยู่กับตัวเอง, เก็บแต้มให้ได้, เล่นให้ดีแบบคงเส้นคงวาในลีก แล้วเราก็จะได้เห็นกันว่าพอถึงช่วงเดือนเมษายน หรือเดือนมีนาคมนี้เราจะอยู่ในอันดับไหน นั่นคือช่วงที่จะตัดสินว่าคุณมีโอกาสที่จะได้โควตาลุยฟุตบอลถ้วยยุโรป หรือมีลุ้นแชมป์รึเปล่า แต่ตอนนี้เราไม่อยากสนใจกับคำถามแบบนั้น (เรื่องที่ว่ามีลุ้นแชมป์หรือไม่)” เครดิต : (siamsport) https://www.siamsport.co.th